เขียน Resume อย่างไรให้ได้งาน — สรุปจากงานอบรมเตรียมความพร้อมสู่การทำงานจริง

วิทยาลัยนวัตกรรมสื่อสารสังคม มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ได้จัดการอบรมการเตรียมความพร้อมเข้าสู่ชีวิตการทำงานจริง ในรายวิชาการฝึกงานวิชาชีพ ให้กับนิสิตชั้นปีที่ 4 โดยได้รับเกียรติจาก อ.ธภัทร อาจศรี (อ.อั้ม) รองประธานฝ่ายบริหารจัดการทรัพยากรมนุษย์ บริษัท ปิโตรนาส จำกัด มาเป็นวิทยากร และยังเป็นอาจารย์พิเศษประจำวิชา CB422 Human Resource Management ให้กับนิสิตวิชาเอกการจัดการธุรกิจไซเบอร์อีกด้วย โดย อ.อั้มได้แนะนำถึงการสมัครงานให้ได้งาน รวมถึงเทคนิคการทำ Resume รวมถึงเทคนิคการเตรียมตัว การถาม-ตอบในการสมัครงานต่างๆ เพื่อให้นิสิตได้นำไปใช้ในอนาคต

**บทความนี้ถูกเผยแพร่ครั้งแรกที่ medium.com/@watchanon.wcn เมื่อ 19 พฤศจิกายน 2560 คลิกที่นี่เพื่ออ่านบทความต้นฉบับ


Resume คืออะไร?

ถ้าสรุปสั้นๆ Resume คือ ประวัติย่อของเรา ที่เราจำเป็นจะต้องสรุปคุณสมบัติ + ความสามารถของเรา เพื่อให้ผู้ว่าจ้าง (หรือฝ่าย HR) ได้เห็น ซึ่งเปรียบได้เหมือนกับเครื่องมือทำมาหากินของเรานั่นเอง

แล้ว HR มองหาอะไรจากผู้สมัคร?

  1. ประสบการณ์ตรง หรือประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องกับตำแหน่งงานที่สมัคร
  2. ความสำเร็จที่ผ่านมา
  3. Resume สอดคล้องกับตำแหน่งงานหรือไม่?


แนะนำเทคนิคการทำ Resume

อ. อั้ม ได้แนะนำเทคนิคการทำ Resume ว่าควรประกอบไปด้วยข้อมูลต่างๆ ดังนี้

1. Personal Data — ข้อมูลส่วนบุคคล

ข้อมูลส่วนบุคคล ควรประกอบด้วย ชื่อ-นามสกุล, วันเกิด, ที่อยู่ และช่องทางการติดต่ออย่างเบอร์โทรศัพท์ และอีเมล โดยเฉพาะอีเมล ควรเป็นอีเมลที่สุภาพ สมัครด้วยชื่อนามสกุลจริง ไม่ควรใช้อีเมลอย่าง [email protected]

และรูปภาพโปรไฟล์ ควรเป็นรูปภาพที่สุภาพ ใส่ชุดสุภาพเรียบร้อย ไม่ควรใช้รูปคู่ รูปเซลฟี่ หรือรูปคู่กับสุนัข

2. Education — ประวัติการศึกษา

ประวัติการศึกษา ควรระบุรายละเอียดมหาวิทยาลัย, คณะ, สาขา โดยเรียงลำดับจากปัจจุบันไปหาอดีต และระบุช่วงปีที่ศึกษาด้วย ถ้าหากเกรดเป็นที่น่าพอใจ ให้ระบุเกรดลงไปด้วย

เช่น Bachelor Degree (2012–2016)
Bachelor of Art in Cyber Business Management
Srinakharinwirot University, Thailand

3. Experience — ประวัติการทำงาน

ประวัติการทำงาน ควรใส่ชื่อบริษัท ตำแหน่งงานที่เคยทำ ช่วงเวลาที่ทำงาน โดยเรียงลำดับจากปัจจุบันไปหาอดีต

และควรระบุว่า Key Responsibilities หรือหน้าที่ความรับผิดชอบหลัก ว่าเราทำหน้าที่อะไรบ้าง เพราะถึงแม้ว่าตำแหน่งงานเดียวกัน แต่คนละบริษัท หน้าที่รับผิดชอบต่างกัน เช่น ดูแลจัดการเอกสาร เป็นต้น

และอีกสิ่งหนึ่งที่ควรระบุ ได้แก่ Key Achievement หรือความสำเร็จในการทำงาน ว่าตลอดการทำงานเราได้รับความสำเร็จอะไรบ้าง เช่น พนักงานดีเด่นทุกเดือน เป็นต้น

4. Key Skill — ทักษะความสามารถหลัก

ใส่ทักษะความสามารถที่เรามี พยายามระบุทักษะที่เกี่ยวข้องกับตำแหน่งงานที่สมัคร และให้ระบุระดับความสามารถของตัวเองด้วย

เช่น English Language (Fluent)
Social Media Marketing (Advance)

5. Additional Activity — กิจกรรมอื่น ๆ

ใส่กิจกรรมที่เคยทำ เคยเข้าร่วม เคยประกวด หากได้รับรางวัลจากการทำงานให้ใส่ไปด้วย ถ้าหากตรงกับสายงานที่จะสมัครจะทำให้ดูมีประสบการณ์มากยิ่งขึ้น

เช่น เป็นนักกีฬามหาวิทยาลัย
เข้าร่วมประกวดแผนการตลาด ได้รับรางวัลชมเชย

6. Reference — บุคคลอ้างอิง

บุคคลอ้างอิง เพื่อรับรองตัวเรา ว่าเราทำงานได้จริง มีความประพฤติอะไรอย่างไร โดยบุคคลอ้างอิงควรเป็นบุคคลที่มีตำแหน่งที่ยิ่งสูงยิ่งดี หรือเป็นอาจารย์ก็ได้ แต่เราต้องไปติดต่อบุคคลนั้นๆ ก่อน เพื่อให้เป็นบุคคลอ้างอิง

โดยสิ่งที่ควรระบุได้แก่ ชื่อ-นามสกุล, ตำแหน่ง, เบอร์โทรศัพท์ติดต่อ

Resume ที่ดีควรที่จะอ่านง่าย ใช้สีที่สุภาพ ใช้รูปโปรไฟล์ที่สุภาพ ไม่ควรใช้ฟอนต์แปลกๆ ถ้าเป็นภาษาอังกฤษ ไม่ควรใช้ตัวพิมพ์ใหญ่ทั้งหมด และต้องตรวจสอบ Resume ก่อนส่งสมัครงานทุกครั้งว่ามีการพิมพ์ผิด หรือตกหล่นอะไรหรือไม่


Resume นั้น ถือเป็นเครื่องมือชิ้นสำคัญ และเป็นเครื่องมือชิ้นแรกในการทำมาหากินในชีวิตการทำงานจริง ซึ่งในการสมัครงานและสัมภาษณ์งานนั้นไม่ได้ขึ้นอยู่กับ Resume แค่อย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับทักษะของตัวเราเองด้วย ทักษะในการตอบคำถาม และทักษะการทำงานต่างๆ ซึ่งเราควรที่จะพัฒนาตัวเองในทุกๆ ด้าน เพื่อความพร้อมของตัวเองในอนาคต